บทสัมภาษณ์ต้อนรับวันวาเลนไทน์ = เพี้ย (Chile) & ต่าย (Ecuador) =

This item was filled under Interviews

ในที่สุดวันแห่งความรักก็เวียนมาอีกครั้ง
ใครที่มีคู่แล้วก็ขอให้มีความสุขมากๆนะ ส่วนใครยังไม่มี ก็ขอให้เจอเนื้อคู่กระดูกคู่ในเร็ววัน
และเหมือนเดิมในปีนี้ เราก็มีบทสัมภาษณ์คู่รัก AFS เหมือนเดิม
ซึ่งเราได้รับเกียรติจาก เพี้ย (Chile) และต่าย (Ecuador)
ที่ฝ่ายชายปิ๊งฝ่ายหญิงตั้งแต่ก่อนไป AFS
จนบัดนี้ทั้งสองกำลังจะมีเจ้าตัวเล็ก ตั้งชื่อเรียบร้อยว่า น้องสตางค์

ใครอ่านบทสัมภาษณ์นี้แล้ว หาไบกอนมาฉีดมดด้วย อิจฉาสุดๆ ขอบอก…

Profile 1

ชื่อ - นามสกุล : ธานี ศรีงาม
ชื่อเล่น : ต่าย (เพื่อนในรุ่นเคยเรียก หมอซือ)
ชื่อใน webboard : Tanee
ไป AFS ที่เมืองและประเทศ : Guayaquil, Ecuador
ที่อยู่ปัจจุบัน : อาคารลุมพินีวิลล์สุขุมวิท 77 อาคาร 2 ถนนสุขุมวิท 77 (อ่อนนุช) แขวงสวนหลวง เขตสวนหลวง กทม. 10250
สถานที่ทำงาน : 3M Thailand Ltd

Profile 2

ชื่อ - นามสกุล : ปัทมา ศรีงาม (เจริญวงศ์ใหญ่)
ชื่อเล่น : เพี้ย
ชื่อใน webboard : Peer
ไป AFS ที่เมืองและประเทศ : Santiago, Chile
ที่อยู่ปัจจุบัน : อาคารลุมพินีวิลล์สุขุมวิท 77 อาคาร 2 ถนนสุขุมวิท 77 (อ่อนนุช) แขวงสวนหลวง เขตสวนหลวง กทม. 10250
สถานที่ทำงาน : บริษัท สำนักกฎหมาย เอนก แอนด์ อะโซซิเอทส์ จำกัด

เรารู้สึกดีใจมากๆที่ต่ายและเพี้ยให้เกียรติสัมภาษณ์กับเวปไซท์ของเรา ขอเริ่มคำถามแรกเลยนะ

  • ก่อนไปต่ายและเพี้ยอยู่โรงเรียนอะไรจ๊ะ

เพี้ย: เรียนที่โรงเรียนพระกุมารเยซูวิทยา ชื่อไม่ค่อยคุ้นหูเท่าไหร่ จะรู้จักกันในชื่อ Holy ซะมากกว่า (Convent of the Holy Infant Jesus) เป็นโรงเรียนเลขานุการค่ะ

ต่าย: เรียนที่เชียงใหม่ อยู่โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย

  • ทำไมถึงสมัคร AFS

เพี้ย: อยากไปเมืองนอก จะได้ฝึกภาษาอังกฤษ แล้วก็อยากมีเพื่อนใหม่ๆ

ต่าย: อยากได้ประสบการณ์นอกโรงเรียน (อยากไปเกาะ Galapagos แต่ไม่ได้ไปน่ะ)

  • ตอนสอบสัมภาษณ์จำเพื่อนคนไหนได้บ้าง

เพี้ย: ก็มีจุ๋ม Australia (ที่จำได้เพราะอยู่โรงเรียนเดียวกัน แห่ะๆ)

ต่าย: จำพี่นกเล็กที่ไปอิตาลีได้ครับ เพราะชื่อเค้าแปลกดี

  • ไป Orientation Camp ที่ไหน บรรยากาศเป็นอย่างไรบ้าง

เพี้ย: ไปที่ฐานทัพเรือสัตหีบ ตอนนั้นงงๆ เพราะมีเวลาแค่ 2 เดือน แล้วปุ๊ปปั๊ปก็ต้องไป camp ตอนนั้นไปแจมกับ Short Program ญี่ปุ่น (รุ่นเดียวกับทุเรียน) ซึ่งตอนนั้นกลุ่มลาตินมีกันแค่ 20 คน รวมทั้งหมดก็ประมาณ 30 กว่าคนเอง แต่ก็สนุกสนานเนอะ

ต่าย: ฮาเฮ สนุกสนาน จำได้ว่า เล่นเกม UNO กัน รู้สึกเป็นคำแรกๆของภาษาสเปนที่จำได้เลยล่ะ ยังจำได้ว่าไปเด็ดดอกไม้ข้างทางให้เพี้ยด้วยแหล่ะ

  • แล้ววันขึ้นเครื่องบรรยากาศเป็นอย่างไร มีใครมาส่งบ้าง

เพี้ย: ตื่นเต้นมาก มีครอบครัว ญาติๆ แล้วก็เพื่อนที่โรงเรียนมาส่ง บรรยากาศก็เฮฮาปาร์ตี้ ถ่ายรูปกัน อ้อ! ตอนถ่ายรูปกับเพื่อน AFS ต่ายมาเป็นคนสุดท้าย วิ่งตัวกลมมาเลย พอถึงเวลาขึ้นเครื่อง รู้สึกใจหายมากๆ ร้องไห้ขึ้มูกโป่งเลย

ต่าย: วันนั้นก็ยกโขยงกันมาทั้งบ้าน จากเชียงใหม่เลย (พ่อ แม่ น้อง อา) ตอนนั้นรู้สึกว่าไปปีนึง ไม่น่านาน แป๊ปๆเดี๋ยวก็กลับมาแล้ว แล้วก็ที่มาสายเพราะมัวแต่แต่งตัวหล่อ เพื่อนๆบอกว่าให้ใส่เสื้อสูทมากันนะ เราก็เลยใส่มาทั้งสูททั้งไทด์ ด้วย อื้อฮืม มั่นมากๆ

  • เล่าให้ฟังเรื่องการเดินทาง และวันแรกที่ไปถึงหน่อยนะ

เพี้ย: เป็นการเดินทางที่ทรหดสุดๆ เพราะพวกเราอยู่บนเครื่องกันเป็นวันๆ แถมบินอ้อมโลกอีกต่างหาก จากกรุงเทพฯ ไป Taipei แล้วต่อไป LA พักที่นั่น 1 คืน แล้วเพื่อนๆก็แยกย้ายกันไป บางกลุ่มก็ไป Miami บางกลุ่มก็ไปต่อ อย่างเพี้ยก็บินจาก LA ไป Sao Paulo, Brazil ซึ่งนั่งนานมาก แล้วก็ต่อไป Santiago, Chile รวมการเดินทางแล้วเกือบๆ 3 วัน พอเท้าเหยียบพื้นดินก้าวแรกแทบจะเดินไม่เป็น เดินแล้วไม่มีความรู้สึกเลย เหนื่อยสุดๆไปถึงก็เย็นแล้ว พวกเรารวมทั้งน้าแป๊ะ (น้าแป๊ะเป็น chaperone ไปส่งถึงที่เลย) ก็ไปพักที่โรงแรมใน Santiago ก่อน แล้ววันรุ่งขึ้นเจ้าหน้าที่ AFS มาทำ Orientation ให้ ช่วงที่พวกเราไปถึงก็ต้นมีนาคมแล้ว เค้าเข้า Camp ไปหมดแล้ว

ต่าย : ก็คล้ายๆกับเพี้ย แต่กลุ่มต่ายแยกไป Miami แล้วต่อตรงไปที่ Quito, Ecuador ไปพักที่นั่น 1 คืน แล้วค่อยนั่งเครื่องไปเมือง Guayaquil ประมาณ 45 นาที วันแรกที่ไปถึงก็เย็นมากแล้ว รู้สึกเพลียจากการเดินทางแถมยังหิวมากๆด้วย

  • มีเพื่อน AFS จากประเทศไทยอยู่ในเมืองเดียวกันหรือไม่ หรืออยู่ใกล้ที่สุด

เพี้ย: มี นิค ภาคภูมิ ที่อยู่เมืองหลวงด้วยกัน แล้วก็เก๋ พรทิพย์ อยู่เมือง Vina del Mar เป็นเมืองท่า ประมาณพัทยา

ต่าย : เสือ อยู่เมือง Milagro เป็นเมืองติดๆกันเลย ข้ามแม่น้ำ Guayas ก็ถึงแล้ว แถมเรียนอยู่โรงเรียนเดียวกันเลย ห้องก็ติดกันเลย

  • ตอนไปเจอ Host Family ครั้งแรกบรรยากาศเป็นอย่างไรบ้าง รู้สึกอย่างไร

เพี้ย: Host Family น่ารักมากๆ แม่ พร้อมด้วย พี่สาว และน้องสาวไปรับเพี้ยที่ AFS มาถึงก็เข้ามาหอมมากอด (การทักทาย) ตอนนั้นตื่นเต้นมากๆ เพราะก่อนที่จะมาไม่เคยมีข้อมูลของ Host Family เลย มาเห็นข้อมูลก็คืนแรกที่มาถึง Chile แล้ว คือมาทั้งๆที่ที่บ้านที่เมืองไทยไม่รู้เลยเพี้ยจะไปอยู่กับใคร ที่ไหน ยังไง พอต้องแยกกับเพื่อนๆ ก็ใจหายนะ

ต่าย : รู้สึกดีประทับใจนะ มารับที่สนามบินนั่งจาก Quito มาที่ Guayaquil ตอนนั้นเค้าชวนเราคุยใหญ่เลยหลายเรื่อง พอถึงบ้านเค้าถามเราใหญ่เลยว่าหิวมั้ย เวลาก็เย็นแล้วนะ ตอนนั้นก็ยังไม่ได้เวลามื้อค่ำน่ะ (อาหารยังทำไม่เสร็จน่ะ) เค้าก็ให้เรากินขนมปังกับ Queso (เนยแข็ง) คิดในใจว่าวันนั้นตอนมื้อเช้าก็กินอย่างงี้อ่ะที่รสยังกะเต้าหู้ยี้ กินกะขนมปัง นั่งกินกันพร้อมหน้าเลย เราก็กินซะอิ่มเลยแต่ก็งงๆทำไมไม่ค่อยมีใครกินเลยอ่ะ พอได้เวลาอาหารค่ำเลยรู้ว่าเมื่อกี้เค้าเอามาให้เรารองท้องก่อน วันนั้นเลยจุกด้วย อายด้วย ประทับใจด้วย

  • Host Family เป็นยังไงบ้าง

เพี้ย: ที่บ้านมี พ่อ แม่ พี่สาว(17) น้องสาว(15) น้องชาย(3) บ้านเพี้ยจะอยู่ชานๆเมือง มีสนามหญ้าเล็กๆในบ้าน มีต้นไม้ร่มรื่น บรรยากาศอบอุ่น

ต่าย : มีพ่อ แม่ พี่ชาย 2คน (20, 17) น้องสาว 1 คน (13) บ้านอยู่ทางชานเมืองทางเหนือ ซึ่งตอนนั้นถือว่าเป็นเขตชุมชนใหม่ (เป็นโซนบ้านพักอาศัย ไม่ได้อยู่ย่านธุรกิจ) ลักษณะบ้านเป็นบ้านชั้นเดียวขนาดปานกลาง

  • อยู่โรงเรียนอะไร โรงเรียนเป็นยังไงบ้าง

เพี้ย: โรงเรียนชื่อ Las Americas เป็นโรงเรียนเอกชนเล็กๆ อยู่ใน center ของเมือง

ต่าย : เป็นโรงเรียนมัธยมทหารเรือชื่อ Liceo Naval เรียน 7 โมงเช้าเลิกบ่ายโมงครึ่ง จันทร์และศุกร์ใส่ชุดสีขาว อังคารถึงพฤหัสใส่สีกากี ส่วนวันเสาร์มีเรียนวิชาทหารได้ไปเรียนก็ประมาณเดือนละครั้งเอง ที่ได้มาอยู่โรงเรียนนี้เพราะ พี่ชายคนรองเรียนที่นี่ เค้าเลยให้อยู่ชั้น ม.6 ห้องเดียวกับพี่ชายเลยโชคดีเพราะ ม.6 มีอำนาจที่สุดในบรรดาชั้นปี

  • วันแรกที่ไปโรงเรียนเป็นอย่างไรบ้าง

เพี้ย: ตื่นเต้นมากๆ แถมกลัวนิดๆ แม่ก็พาไปรายงานตัวกับครูใหญ่ เค้าจับให้เรียนชั้น ม.5 เพื่อนร่วมห้องมีประมาณ 20 คน วันแรกที่ไปรู้สึกเหมือนเป็นมนุษย์ต่างดาว เพราะเค้าพูดอะไรมาเราไม่รู้เรื่องเลย แล้วเพื่อนที่พอพูดได้ก็พูดได้น้อย เดินไปไหนก็มีแต่คนมอง รู้สึกเขินๆ

ต่าย : ตอนนั้นก็อยู่ได้ประมาณเดือนกว่าแล้ว ภาษาก็ยังไม่แข็งแรง วันแรกไปเรียนก็สายมี mama ไปส่ง ผ่านรั้วโรงเรียนก็เจอครูฝึกจ้องจะทำโทษ แต่รอดมาได้เพราะมากับผู้ปกครอง จากนั้นก็ไปรายงานตัวกับอาจารย์ แล้วก็เข้ามาที่ห้องเรียนแนะนำ วันแรกก็เจอวิชาโหดๆ เป็นวิชา Civica (วิชาสังคม) ที่ครูเข้ามาพร้อมไม้หน้า 3 แล้วสั่งที่ทุกคนยืนตรงก่อนเริ่มเรียน ใครดิ้นก็จะโดนไม้หน้า 3 ฟาด ตอนบ่ายเจอวิชาพละ ให้เปลี่ยนผ้าด้วยความรวดเร็ว เค้าให้แต่ละคนออกไปข้างหน้านำออกกำลังกาย ต่ายเป็นคนสุดท้าย ยังพูดอะไรไม่เป็นเลย ก็เลยสั่งนำเป็นภาษาไทยให้ยึดพื้นน่ะ เท่านั้นแหละวงแตกกันทั้งห้อง ครูก็งงเพราะเค้าไม่รู้ว่าเราเป็นเด็ก AFS เค้าคงนึกว่าเป็นเด็กใหม่เท่านั้นเอง

แต่ตอนเลิกเรียนน่ะสิ ม.6 เจอสั่งวิ่งรอบโรงเรียนเราก็ดันวิ่งเร็วมาถึงก่อน พอมาถึง ม.5 ก็โดนสั่งวิ่งรอบโรงเรียนเราก็วิ่งตาม แต่พอมาถึง ห้องเราดันเข้าแถวกันเป็นระเบียบเรียบร้อยเชียว วันแรกประทับใจจริงๆ (อีก 2 วันไปโรงเรียนไม่ได้เลยเพราะดันเป็นไข้)

  • เรียนวิชาอะไรกันบ้าง

เพี้ย: ก็มีวิชาเลข, ประวัติศาสตร์, ภาษาสเปน, ภาษาอังกฤษ, ปรัชญา, พละ, ฟิสิกข์, เคมี, ชีวะ, ศิลปะ (เลือกได้ว่าจะเรียนดนตรี หรือวาดรูป) ประมาณเนี้ย

ต่าย : เรียนทุกวิชา
วิชาที่เรียนทั้งปี ก็มี เลข ฟิสิกส์ ภาษาอังกฤษ วิชาทหาร(มีเข้าค่ายด้วย)
วิชาเทอม 1 Civica ชีววิทยา Drawing วรรณกรรม
วิชาเทอม 2 เคมี Nuatica(วิชาเดินเรือ ) ปรัชญา

  • กิจวัตรประจำวัน ทั้งวันธรรมดาและเสาร์อาทิตย์

เพี้ย: วันจันทร์ ถึงศุกร์ ไปโรงเรียน เลิกเรียนประมาณบ่าย 2 กลับมาทานข้าวกลางวันที่บ้าน (ที่นั่นจะทานข้าวกลางวันประมาณบ่าย 2-3) หลังจากนั้นก็อ่านหนังสือ เขียนจดหมาย ดูทีวี พอถึง 5 โมงเย็น ก็ทานน้ำชา ซักประมาณ 1-2 ทุ่ม พ่อกับแม่ก็จะกลับมาบ้าน นั่งคุยกันพร้อมหน้าพร้อมตา จนถึงเวลาทานอาหารค่ำประมาณ 4 ทุ่ม คุยกันไปเรื่อยๆ แล้วก็แยกย้ายไปนอน
ส่วนวันเสาร์-อาทิตย์ส่วนใหญ่ก็ไปบ้านคุณย่า ไปซุปเปอร์มาร์เกตซื้อของเข้าบ้าน ช่วงกลางคืนก็ไปปาร์ตี้กับเพื่อนๆบ้างเป็นครั้งคราว

ต่าย : จันทร์ถึงศุกร์ จะตื่นคนแรกของบ้านประมาณตีห้าครึ่ง เดินไปขึ้นรถโรงเรียน พอถึงก็เข้าแถวอาจมีกิจกรรมทหาร (ออกกำลังกาย,วิ่งชุดใหญ่ หรือชุดเล็กแล้วแต่ข้อหาที่จะโดนตั้ง) แล้วได้เวลาก็เคารพธงชาติเรียนจนถึงสักบ่ายโมง แต่ต่ายจะเล่นยูโดจนถึงบ่ายสองครึ่ง บ่ายสาม กลับถึงบ้านก็บ่ายสามโมงกว่า กลับมาถึงกินข้าวแล้วก็นอนตอนบ่ายจนสี่โมงครึ่ง หรือห้าโมงเย็น ก็เป็นเวลาอิสระของเรา ไม่ว่าจะดูทีวี อ่านหนังสือทำการบ้าน เดินเที่ยว จนสักทุ่มครึ่งทุกคนก็จะพร้อมหน้าพร้อมตา กินข้าว ทำนู่นทำนี่จนเข้านอนตอนสักสามทุ่มครึ่ง เสาร์-อาทิตย์ส่วนใหญ่จะตื่นสาย ตื่นมาดูรายการของ XuXa เป็นรายการเด็กน่ะ บ่ายๆ ก็ออกไปกับที่บ้าน ขึ้นอยู่ว่าใครจะพาไปไหนน่ะ ส่วนใหญ่ต่ายไม่ค่อยอยู่บ้านน่ะใครออกไปไหนตอนบ่ายก็จะออกไปกับเค้า

  • งานอดิเรกตอนอยู่ที่นั่น

เพี้ย: ที่บ้านชอบ paint สีลงบนเซรามิคกัน ตั้งแต่วันแรกๆ แม่ก็จะเอาอุปกรณ์มาให้ทำแก้เหงา ว่างๆก็มานั่ง paint เพลินดี ทำเสร็จก็เอามาแต่งบ้าน

ต่าย : ถ้าเป็นกีฬาก็เล่นยูโดหลังเลิกเรียนเป็นหลัก เล่นหมากรุกฝรั่ง เล่นปิงปอง เล่นเทนนิสบ้าง

  • มี AFS Camp หรือเปล่า

เพี้ย: เพี้ยไม่เคยไป AFS Camp เลย (ฟังๆแล้วน่าสงสาร) ครั้งแรกก็ไปไม่ทัน เพราะเด็กไทยไปช้ากว่าประเทศอื่น มีแต่เป็นกิจกรรมที่ Chapter จัดขึ้น เช่น Bar-B-Q Party นัดไปดูหนังกับเพื่อน AFS ประเทศอื่นๆที่อยู่เมืองเดียวกัน

ต่าย : มี 2ครั้งนะ ครั้งแรกสุดเลยจัดเป็น Orientation ริมชายหาดเล่นน้ำทะเลกันมันส์เลยคลื่นค่อนข้างแรง จำได้ว่าพอเล่นเสร็จ น้ำที่เข้าจมูกไหลออกมาไม่หยุดหลายชั่งโมงเหมือนกัน ได้เจอเพื่อนๆจากหลากหลายประเทศครับ ครั้งที่ 2 ที่เมือง Quito นะก็เจอเพื่อนๆครบครับ บรรยากาศเท่มากอากาศจะเย็นๆเพราะอยู่สูงถึงแม้จะอยู่ใกล้เส้นศูนย์สูตรก็ตาม ตอนนั้นฟิตกันมากเดินเล่นแต่ก็เล่นเอาเหนื่อยใช้ได้เพราะอยู่สูงอากาศเบาบาง

  • ได้ไปเที่ยวที่ไหนบ้าง

เพี้ย: มีไปเที่ยวบ้านเก๋ที่ Vina del Mar เป็นเมือง classic มาก บ้านเรือนจะปลูกสร้างตามแนวเขา มองไปอีกฝั่งก็จะเห็นเป็นทะเล มีท่าเรือ อากาศก็ดี โดยเฉพาะตอนเย็น จะมีรถม้าให้นั่งชมวิวริมทะเล แล้วก็ไปทางใต้ของ Chile เป็น Lake Region ที่นั่นบรรยากาศยังใสอยู่มาก ทะเลสาบเยอะ ต้นไม้เขียว ร่มรื่น อากาศเย็นและสดชื่นสุดๆ แต่น้ำที่นั่นจะเย็นมากๆ ถึงจะเป็นหน้าร้อนก็เถอะ อ้อ! แล้วก็ที่ตื่นเต้นที่สุดคือได้ไปลานสกี เป็นลานสกีธรรมชาติอยู่บนเขา ใกล้เมืองหลวงเลย ขับรถขึ้นเขาไปประมาณ 2 ชั่วโมง ก็ถึงแล้ว

ต่าย : ไปเที่ยว เมืองRio Bamba เป็นเมืองภูเขาอากาศเย็น สวยมากอยู่ใกล้ยอดเขาChimborazo เมืองนี้จะมีอินเดียนแดงอยู่ค่อนข้างเยอะถนนจะเป็นถนนหินเมืองนีสวยมากในแนวเมืองอารยธรรมเก่า ได้ Poncho มาใส่ก็จากที่นี่ล่ะครับ ส่วนเมืองหลวง Quito ไปลักษณะ Back-pack เมืองนี้ลักษณะจะค่อนข้างเงียบ นั่งรถไปตอนหัวค่ำไปถึงตอนเช้าเดินเที่ยวเมืองเก่าซะจนทั่ว แล้วตอนบ่ายก็ไป Midtad del Mundo (เส้นศูนย์สูตร) เหนื่อยมาก ออกซิเจนน้อยเพราะอยู่สูง กลับตอนหัวค่ำมาถึงก็เช้าอีกวัน อีกเมืองนึงก็ Cuenca อันนี้มีโอกาสได้ไปอยู่กับต่าง host family 1อาทิตย์ จริงๆตอนนั้น AFS ให้ไป Quito แต่เราเลือกไป Cuenca คนเดียว เป็นเมืองที่สวยงามด้านสถาปัตยกรรมมากๆ เค้าจัดบ้านกันสวยและดู art มากอากาศเย็นสบาย

  • เหตุการณ์ประทับใจของปี

เพี้ย: ความรัก ความห่วงใยของ Host Family ที่เค้ามีให้ ทุกคนน่ารักมาก อารมณ์ดี รักเราเหมือนเราเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว แถมเพี้ยยังมีอาจารย์สอนภาษาสเปนคนแรกที่เก่งมากๆ ก็คือน้องชายตัวเล็ก ตอนนั้นเค้าอายุแค่ 3 ขวบ กำลังซนเลย ช่างคุย เลยทำให้เราฝึกภาษาไปโดยปริยาย

ต่าย : จะว่าไปแล้วเหตุการณ์ที่ประทับใจมีเยอะมากครับ เพราะต่ายทำวีรกรรมไว้เยอะเหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็น งานวันเกิด เข้าค่ายทหาร งานพิธีจูบธง เดินสวนสนาม แข่งยูโด (แข่งรอบสุดท้ายแข่งกับเสือ) งาน Promocion (งานพรอม) ถ้าชอบที่สุดก็ตอนอยู่ที่เมือง Cuenca ตอนเดินและวิ่งขึ้นภูเขา (ลูกเล็กๆ) หลายลูกมากเลยพอจนถึงยอดแล้วมองลงมามองเห็นเมืองCuenca ทั้งเมือง รู้สึกทั้งเหนื่อยทั้งประทับใจ สวยงามมากๆ

  • กลับมาวันแรกรู้สึกอย่างไรบ้าง

เพี้ย: รู้สึกดีใจที่ได้กลับบ้าน จะได้เจอพ่อแม่เราแล้ว แว๊บแรกที่เห็นคนไทยด้วยกัน รู้สึกว่า เอ๊ะ! ทำไมทุกๆคนตาตี่แล้วตัวเล็กกันจัง ไม่ได้มองตัวเองเล้ยว่าตาเราก็ตี๊ตี่ 555

ต่าย : ทำไมทุกคนหน้าตี๋ หน้าหมวยกันจัง (รู้สึกตั้งแต่ ไต้หวันแล้วยิ่งชัดตอนมาถึงกรุงเทพ) สาวไทยทำไมตัวเล็กหน้าหมวยเหมือนกันหมดเลย…งง มีเพี้ยเท่านั้นที่หน้าหมวยหุ่นกำลังดีในสายตาต่าย (ตอนนี้มาดูรูปอีกที โอ้โห ตอนนั้นเพี้ยอ้วนที่สุดที่เคยเห็นเลยน่ะ) จริงๆก็ไม่ได้ดูตัวเองเหมือนกันว่าหน้าเราก็ตี๋มากๆ

  • การเรียนเป็นอย่างไร กลับไปเรียนที่โรงเรียนเดิมหรือเปล่า

เพี้ย: กลับไปเรียนโรงเรียนเดิมค่ะ แต่ต้องไปเรียนกับรุ่นน้อง

ต่าย : กลับไปเรียนโรงเรียนเดิมค่ะ แต่ต้องไปเรียนกับรุ่นน้องเหมือนกัน

  • หลังจากนั้นเรียนอะไร ที่ไหนบ้าง

เพี้ย: หลังจากจบจาก Holy เพี้ยก็ทำงานเลย (เพราะที่โรงเรียนไม่ได้เทียบวุฒิม.6 แล้วยังสอบเทียบไม่ผ่านด้วย) พอสอบเทียบผ่าน ก็ต่อปริญญาตรีภาคค่ำที่ ABAC คณะบริหารธุรกิจ เอกการตลาด หลังจากนั้นก็ต่อ MBA ที่ ABAC

ต่าย : เรียนวิศวะไฟฟ้า ได้โควต้าของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่

  • มีเพื่อน AFS ที่เรียนด้วยกันหรือเปล่า

เพี้ย: ไม่มี เพราะเพี้ยกระโดดไปทำงานก่อน แล้วเรียนภาคค่ำ เลยไม่เหมือนชาวบ้านเค้า

ต่าย : มีนะ แต่ตอนนั้นไม่รู้ว่ามีอ่ะ

  • ประวัติการทำงานจนปัจจุบัน

เพี้ย: หลังจากจบ Holy ก็ทำงานเป็น เลขาฯที่บริษัท น่ำเฮงคอนกรีต (อยู่แถวพระราม 3) ได้ 3 เดือน แล้วย้ายไปอยู่สถานทูตชิลี ทำมานานประมาณ 11 ปี ก็เปลี่ยนมาทำงานที่ บริษัท สำนักกฎหมาย เอนก แอนด์ อะโซซิเอทส์ จำกัด

ต่าย : เป็นวิศวกรอยู่ในโรงงานประกอบชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่ Murata Electronics Thailand ที่นิคมฯลำพูน 3 ปี เป็นวิศวกรอยู่ในโรงงานผลิตชิ้นส่วน Hard Disc Dive อยู่ที่ NOK Precision Component Thailand ที่นิคมฯบางปะอิน อยุธยาอีก 2ปี วิศวกรอยู่ในโรงงานผลิตและประกอบชิ้นส่วนยานยนต์ 1ปีครึ่งที่นิคมฯลาดกระบัง ปัจจุบันเป็นวิศวกรฝ่ายบริการเทคนิคเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์งานป้ายโฆษณาอยู่ที่ 3M Thailand ที่นิคมฯลาดกระบังอยู่ 1 ปีครึ่งแล้ว

  • งานปัจจุบันมีลักษณะงานเป็นอย่างไร ทำอะไรบ้าง

เพี้ย: งานส่วนใหญ่จะเป็นเลขานุการ ปัจจุบันเพี้ยรับผิดชอบในส่วนของงานด้าน HR ทั้งหมด และดูแลงานด้าน Admin ของบริษัท

ต่าย : รับผิดชอบทางด้านเทคนิคเกี่ยวกับฟิล์มที่ใช้กับงานสื่อโฆษณา หน้าที่หลักๆเช่น พัฒนาสินค้าใหม่ ทดสอบสินค้า จัดสัมมนาให้ความรู้ลูกค้า สนับสนุนข้อมูลเทคนิคให้กับทางฝ่ายขาย

  • ได้กลับไปเยี่ยม Host Family หรือเปล่า

เพี้ย: ไม่ได้กลับไปเลย T_T จะไปทีต้องมีเวลาอย่างน้อยเป็นเดือนๆ

ต่าย : ไม่ได้กลับไปเหมือนกัน T_T

  • ได้ติดต่อกับเพื่อน AFS หรือเปล่า

เพี้ย: ที่ติดต่อสม่ำเสมอก็มี เก๋ (Chile), จูน (Honduras) คนอื่นๆในกลุ่มลาตินก็มีบ้างเป็นระยะๆ ส่วนต่าย ก็เจอกันทุกวันเลย อิอิ

ต่าย : เพี้ยงัย อิ อิ คนอื่นที่โทรคุยกันบ้าง ก็พี่เสือเรางัย (แต่ไหงเวลาจะคุยกะต่าย เสือโทรหาเพี้ยล่ะจ๊ะ)

เรื่องความรักล่ะนะ

  • ต่ายและเพี้ยเจอกันครั้งแรกเมื่อไร ตอนเจอกันครั้งแรกรู้สึกอย่างไรบ้าง

เพี้ย: เจอกันครั้งแรกที่โรงแรมรีเจ้นท์ ราชดำริ (Four Season ในปัจจุบัน) วันนั้น AFS นัดกลุ่มลาตินไปประชุม Orientation ครั้งแรก ตอนนั้นยังไม่รู้จักต่าย เพราะไม่ได้คุยกัน

ต่าย : ประชุม AFS ครั้งแรก ที่โรงแรมรีเจ้นท์ ตอนนั้นจำเพี้ยได้เพราะเธอดูเป็นสาวที่มั่นใจ เลยโดนใจตั้งแต่ตอนนั้นเลยแหละ

  • แล้วเริ่มประทับใจกันเมื่อไร ทำไมถึงประทับใจ มีใครเป็นแม่สื่อไม๊

เพี้ย: จำไม่ได้ว่าเพี้ยประทับใจต่ายเมื่อไหร่ รู้แต่ว่าต่ายแกล้งเพี้ยกลาง camp เลยออกจะเคืองๆเล็กน้อยด้วยซ้ำ ต้องให้ต่ายเล่าว่าสร้างวีรกรรมอะไรไว้ พ่อสื่อตอนนั้นก็เพื่อนๆที่ไป camp ด้วยกันแหล่ะ

ต่าย : ครั้งแรกที่ที่โรงแรมรีเจ้นท์ ตอนนั้นเค้าเรียกเด็กชิลีขึ้นไปบนเวทีน่ะ ต่ายเห็นเพี้ยยืนขึ้นมาคนแรก ปิ๊งเลยครับ หมวยๆใส่แว่น (สเปคเราเลยอ่ะ) เรื่องวีรกรรม ที่ทำไว้กับเพี้ย ก็ตอนแคมป์ที่สัตหีบ ตอนการแสดงของกลุ่มเอวาดอร์ มีกัน 3คน ไม่พอเลยจับฉลากหาคนมาเล่นด้วย ก็ได้เพี้ยมาร่วมแสดง (เน้นว่าจับฉลากที่มีแต่ชื่อเพี้ย อิ อิ … ความแตกเพราะบรรดาพ่อสื่อเฉลยหักหลังตอนท้าย) เพี้ยก็เลยโดนวัด IQ ซะ (เลยโดนเพี้ยเคือง ต้องไปเด็ดดอกไม้จากข้างๆทางมาขอโทษน่ะครับ)

  • ตอนที่จีบกันแรกๆ เพื่อนๆ AFS ว่ายังไงบ้าง มีคนขัดขวางหรือเปล่า 555

เพี้ย: เพื่อนๆก็แซวกันสนุกสนาน ออกแนวขำๆด้วยซ้ำ

ต่าย : ไม่นะ… เพื่อนๆไม่ว่าอะไรนะ (ใช่มั้ยเพื่อนๆ)

  • คบกันกี่ปี ทำไมถึงตัดสินใจที่จะแต่งงาน

เพี้ย: จำไม่ได้ว่าเริ่มคบกันเป็นแฟนเมื่อไหร่ แต่ถ้านับตั้งแต่ที่รู้จักกัน ก็ประมาณ 13 ปี (นานมาก) ต่ายอยู่เชียงใหม่ ส่วนเพี้ยอยู่กรุงเทพฯ ช่วงที่เรียนต่ายจะมากรุงเทพฯแค่ช่วงปิดเทอม ก็จะได้เจอกันปีละแค่ 2 ครั้ง เรียนจบต่ายก็ทำงานที่ลำพูน ประมาณ 3 ปี แล้วก็ย้ายมาทำงานที่อยุธยาประมาณ 2 ปี แล้วถึงจะมาอยู่กรุงเทพฯ เรามีโอกาสเจอกันบ่อยขึ้นก็ตอนที่ต่ายมาอยู่อยุธยาแล้ว รักทางไกลลำบากเหมือนกัน แต่เราก็ประคองกันมาจนถึงวันนี้

ต่าย : จ่ะ ตามนั้นจ่ะ

  • แต่งงานเมื่อไร มีพิธีอะไรบ้าง

เราหมั้นกันก่อนเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2547 แล้วค่อยแต่งงานเมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2547 จัดงานตอนกลางวัน ตอนเช้าต่ายมารับตัวที่บ้าน แล้วก็ไปโรงแรมที่จัดงาน ไม่มีพิธีอะไรเลย นอกจากยกน้ำชาให้ญาติผู้ใหญ่

  • อยากมีลูกกี่คน

เพี้ย: ซัก 2 คนก็พอแล้วค่ะ

ต่าย : 2 คน จะไหวเหรอ ไว้ดูพฤติกรรมเจ้าคนโตก่อนดีมั้ยว่าซนแค่ไหน ถ้าซนไม่มาก ก็จะได้มีน้องมาเล่นด้วยอีกคนกำลังดีน่ะ

  • อยากให้พูดถึงอีกคน

เพี้ย: ต่ายกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของเพี้ยตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ แต่ที่รู้ๆคือต่ายเป็นที่พึ่งยามเพี้ยมีปัญหาเสมอ ใครๆก็บอกว่าการแต่งงานก็เหมือนการเสี่ยงโชค แต่เพี้ยไม่คิดว่ามันเป็นการเสี่ยงโชค เพราะโชคเป็นแค่ส่วนประกอบส่วนหนึ่งในชีวิต ส่วนที่สำคัญคือความรัก ความเข้าใจ ซึ่งต่ายมีให้เพี้ยทุกวัน โดยเฉพาะตอนนี้ที่เพี้ยกำลังอุ้มท้องเจ้าตัวเล็กอยู่ ต่ายคอยดูแลเพี้ยเป็นอย่างดี แค่อุ่นนมให้ทุกเช้า เพี้ยก็อิ่มใจไปทั้งวันแล้ว ขอบคุณนะคะที่ดูแลเพี้ยเป็นอย่างดี

ต่าย : ส่วนใหญ่เป็นเรื่องของความรู้สึกมากกว่า ถ้าให้พูดก็คงพูดเหมือนทุกวันนะครับ “ต่ายรักเพี้ยนะ”

  • คิดว่า AFS ให้อะไรกับเราบ้าง

เพี้ย: AFS ให้ประสบการณ์ชีวิตที่หาซื้อที่ไหนไม่ได้ ทำให้เพี้ยได้ภาษาสเปน ได้เปิดโลกทัศน์ที่กว้างขึ้น มีโอกาสแลกเปลี่ยนความคิดกับคนหลายประเภท ได้เพื่อนแท้ และคู่แท้ AFS สร้างครอบครัวให้เพี้ยค่ะ

ต่าย : AFS ให้ประสบการณ์ที่หาไม่ได้ในช่วงวัยรุ่น สอนให้เรามองโลกในมุมมองที่ต่างออกไป ภาษาที่ต่างออกไป ให้เรารู้จักคนอื่น รู้จักสังคม รู้จักวัฒนธรรม ซึ่งไม่มีสอนในตำราเรียน และที่สำคัญยังทำให้เรารู้จักตัวเอง รู้จักรัก รู้จักเพี้ย รู้จักสร้างครอบครัวให้เรา….

ขอขอบคุณต่ายและเพี้ยมากๆ ขอให้ทั้งสองมีความสุข และมีชีวิตครอบครัวที่สมบูรณ์ตลอดไปจ้ะ

Update ข่าวหน่อยนะจ๊ะ น้องสตางค์คลอดเรียบร้อยจ้า…

You can follow any responses to this entry through the RSS 2.0 feed. You can leave a response, or trackback from your own site.