ธนรัตน์ ลี้ตระกูล “ต้องมีเป้าหมายที่มีแรงบันดาลใจ”
การสร้างองค์กรของคนรุ่นใหม่ๆ นับเป็นอีกประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจไม่แพ้การก้าวไปข้างหน้าขององค์กรยักษ์ใหญ่
เพราะเมื่อเป็นองค์กรใหม่ก็ย่อมมีวิธีการใหม่ๆ อย่าง “ดิจิตอล แอสโซซิเอทส์ จำกัด” เป็นบริษัทด้านเทคโนโลยีของคนไทยที่ได้รับรางวัลนวัตกรรมแห่งชาตินั้นน่าสนใจว่าสร้างองค์กรขึ้นมาอย่างไร ? บริษัท ดิจิตอล แอสโซซิเอทส์ จำกัด นั้นเป็นเจ้าของไอเดีย Intensive Watch ผู้นำทางด้านบันทึกและจดจำความเคลื่อนไหวของการเปิดเล่นเพลงและโฆษณาด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงที่เรียกว่า Audio Fingerprint ซึ่งนำองค์กรโดย “ธนรัตน์ ลี้ตระกูล” ในตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ

ทอม (USA.)
หากย้อนดูแบ็กกราวนด์ของ “ธนรัตน์” จะพบว่าเขาเรียนทางด้านไอทีมาโดยตลอด และเมื่อกระโดดเข้ามาทำธุรกิจ เขาก็ทำงานหนัก ทำงานตั้งเจ็ดโมงครึ่งถึงห้าทุ่ม เขาลุยดะทั้งทำรีเสิร์ช อ่านหนังสือ เปิดเว็บไซต์ วันละ 4 ชั่วโมงเป็นอย่างต่ำ เพื่อ นวัตกรรมสินค้าของตัวเองขึ้นมาจนได้
“ผมมีความเชื่อมั่นในธุรกิจตัวนี้ เราคิดว่าเราเป็นรายเดียวในประเทศไทยที่มีเทคโนโลยีในการคัดเพลงทุกๆ เพลง และโฆษณาทุกๆ โฆษณาที่เกิดขึ้นบนวิทยุและทีวีได้โดยไม่ต้องใช้คน ทั้งที่สถานีวิทยุในไทยมีเป็นพันสถานี”
ไอเดียนั้นคือ
“ผมได้สร้างเทคโนโลยี ชื่อ audio fingerprint ขึ้นมา ซึ่งได้รางวัลนวัตกรรมแห่งชาติปี 2548 เทคโนโลยีนี้มีวิทยุเครื่องหนึ่ง และคอมพิวเตอร์อีกเครื่องหนึ่ง คอมฯจะบอกว่านี่คือโฆษณาของเอไอเอส เปิดตอน 10.01 น. นี่คือโฆษณาของยูนิลีเวอร์ ในขณะเดียวกันยังสามารถบอกได้ว่าเปิดเพลงอะไรบ้าง มีความถูกต้องเกินกว่าที่คนทำได้ มีความคลาดเคลื่อนน้อยมาก เรียกได้ว่าถูกต้อง 99%”
นอกจากนี้แล้ว audio fingerprint ยังแก้ปัญหาเรื่องลิขสิทธิ์ได้
“สมมติว่าผมเป็นนักแต่งเพลง สถานีวิทยุต้องจ่ายค่ายเพลง 7% ของรายได้ เทคโนโลยีนี่จะรู้ว่าเพลงแกรมมี่เปิดกี่เปอร์เซ็นต์ เพลงอาร์เอสเปิดกี่เปอร์เซ็นต์ เบเกอรี่เปิดกี่เปอร์เซ็นต์ และรู้ลึกไปอีกว่าเป็นเพลงของใครบ้าง และคนแต่งเพลงเพลงนั้นเป็นใคร”
แล้ว “ธนรัตน์” เริ่มต้นสร้างองค์กรอย่างไร ?
“เริ่มต้นด้วยคน 3 คน นอกจากตัวเขาเองแล้วคนหนึ่งเป็นเพื่อนร่วมงานอยู่ที่เมโทรซิสเต็มส์ ตอนอายุ 16 ปีเขาได้เป็น 1 ใน 50 คนที่สำคัญที่สุดด้านไอทีของไทย ทำเงินได้เป็นล้านๆ เป็นเด็กอัจฉริยะด้านไอที ตอนนี้อายุเขาก็ยังน้อยอยู่ 23-24 ปีเท่านั้นเอง และอีกคนก็เป็นหนึ่งในเจ้าของเมโทรฯ มาช่วยด้านบริหารจัดการ”
เมื่อมี 3 คนแล้วมีการเลือกคนมาเป็นร่วมงานอย่างไรบ้าง ?
“ปัญหาของผมคือประสบการณ์ในการทำงาน โดยเฉพาะที่เป็นองค์กรต่างชาติยังน้อยอยู่ องค์กรต่างชาตินั้นเป็นองค์กรที่มี process ที่ดีมาก ตั้งแต่การ recruit คน การเทรนคนตั้งแต่วันแรกจนถึงการ set goal ให้เขาต้องการไปถึงไหน career path ของเขาเป็นอย่างไรบ้าง และก็ต้องมี KPI อะไรบ้าง”
เริ่มต้นบริษัทนี้ไม่ได้เป็นอย่างนั้นเลย เพราะว่ายังไม่เก่งทางด้านนี้ แต่ก็มีระบบการถามคำถาม มีระบบการดู performance แต่ยังไม่ปึ้กเท่า เมืองนอก
“คนที่เข้ามาต้องเชื่อในความฝันขององค์กร และยินดีที่จะทำตามความฝันนั้น”
เพราะถ้าหากคนไม่เชื่อแล้ว ถึงอย่างไรเขาก็ ทำไม่ได้
“ผมจะอธิบายเรื่องโปรดักต์ว่าเราเป็นที่เดียวที่เราสามารถทำตัวนี้ได้ และเราเป็นประโยชน์ให้คนจริงๆ เราไม่ได้ทำแบบซื้อมาขายไปแล้วทำไปแบบวันๆ”
อะไรเป็นหัวใจสำคัญที่นำคนในองค์กรให้ไปในทางเดียวกัน ?
มีสิ่งสำคัญอยู่ 3 อย่าง นั่นคือ
1.พนักงานจะต้องมีความสุขในการทำงาน
2.พนักงานต้องรวยพอที่จะเลี้ยงตัวเอง เพราะการที่เขาดูแลตัวเองและบ้านสำคัญที่สุด
3.ต้องเก่ง ต้องทะเยอทะยานที่จะเก่งขึ้นมา
และ process ทุกอย่างจะต้อง match เพื่อที่จะทำ 3 ตัวนี้
ถามว่าแล้วมีคนเก่งพอให้เลือกหรือไม่ ?
“ธนรัตน์” บอกว่า ต้องยอมรับว่าหายาก ตอนนี้ประเทศไทยเป็นประเทศที่หาคนยากมาก แต่ผมก็ยังโชคดีอยู่บ้างที่มีคนเก่งๆ พอมีให้เลือกอยู่
“แต่ผมมีความเชื่อว่าคนในประเทศไทยนั้นถ้ามีคนไกด์เขาให้ถูกทางจะเป็นคนที่เก่งมาก”
คนไทยถ้าเผื่อเขามีโอกาส อย่างเรื่องการทำโฆษณานี่ประเทศไทยเป็นประเทศหนึ่งที่เก่งที่สุดระดับท็อปโลก
“ธนรัตน์” จึงไปลองวิเคราะห์ดู ได้อ่านหนังสือไทม์แมกาซีนก็มีการเขียนว่าประเทศไทยเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่นแล้วเป็นประเทศที่มีความสร้างสรรค์มากเกือบจะที่สุดในโลกเลย
“เขาบอกว่า ประเทศไทยเป็นประเทศที่ไม ่ต้องทำงานมากก็อยู่ได้ เป็นประเทศที่หาทำงานปีละ 3 เดือนแล้วก็รอเพื่อที่จะเกี่ยวข้าว นั่นคือ foundation ของประเทศเราเลย คนเลยมีเวลาว่าง 8-9 เดือน ไปเล่นการพนันก็เยอะ ตีไก่ เปิดบ่อน เหล้าเบียร์ก็ขายดี รวยกันมาก”
แต่ก็มีอีกกลุ่มหนึ่งที่ใช้เวลาว่างเป็นความสร้างสรรค์ และไทยเป็นประเทศเดียวในแถบนี้ที่ไม่เคยโดนปกครองจากที่อื่น ก็เลยทำให้ไม่โดนกีดกันทางด้านความคิด ถ้ามีด้านการไกด์ให้ดีๆ ก็จะเก่ง
“ภาษาอาจจะไม่สิ่งสำคัญเป็นอันดับหนึ่ง แต่สิ่งที่สำคัญคือวางระบบให้ดีๆ ให้สามารถต่อสู้กับชาวบ้านเขาได้ มีระบบในการสนับสนุนคนที่มีความคิดเก่งๆ”
กระตุ้นพนักงานในองค์กรให้เดินไปข้างหน้าอย่างไร ?
“ธนรัตน์” บอกว่าต้องให้เป้าหมายที่ชัดเจน กับเขา เป้าหมายที่มีแรงบันดาลใจที่จะทำ (inspiring) หลังจากนั้นก็มีการกระตุ้นแรงบันดาลใจบ่อยๆ ต้องให้เขารู้
“ผมเองนั้นทำตั้งแต่ต้นจนจบ ต้องขายให้ได้เองก่อน ต้องสร้างไอเดียขึ้นมา ต้องบอกเขาว่ามันควรจะเป็นอย่างไร ช่วยทำ ช่วยขาย ทำให้ดูเป็นตัวอย่าง ทุกอย่างเลย ถ้าสั่งอย่างเดียว ไม่มีทางสำเร็จ”
ถามว่าองค์กรสมัยใหม่นั้นผู้นำควรจะมีลักษณะอย่างไร ?
“ตอนที่อยู่ในห้องประชุม ผมต้องการให้คนในองค์กรแย่งกันพูด คนโน้นมีไอเดีย คนนี้มีไอเดีย กล้าแสดงความคิดเห็น ต้องมีความคิดความเห็นความอ่านของตัวเอง”
และการที่จะเติบโตก็จะต้องมีการเอาความรู้ เอา process การสร้างความพอใจให้ลูกค้าให้ดีขึ้น แต่มันยังไม่ใช่จุดๆ เดียวที่จะทำให้โตได้ เพราะต้องเก่งเรื่องคน ต้องเก่งเรื่องโปรดักต์ เก่งเรื่องเงินด้วย โอเปอเรชั่นก็ต้องดีด้วย
ตั้งความหวังไว้อย่างไร ?
“Goal สั้นๆ ก่อน คือ โฟกัสที่งานที่กำลังทำอยู่นี้ให้ลูกค้าเป็นที่พึงพอใจจริงๆ และสร้างทีมขึ้น มาเพื่อให้ตอบสนองกับความต้องการของตลาดได้”
และสักวันหนึ่งก็อยากเอาโปรดักต์เหล่านี้ไปลองที่เมืองนอก ยากให้ลองดูว่าเราทำได้แค่ไหน อาจจะเจ๊งก็ได้
ถึงแม้ตอนนี้ดิจิตอล แอสโซซิเอทส์ จะยังไป ไม่ถึงระดับบริษัทอินเตอร์ แต่ “ธนรัตน์” หวังว่าองค์กรภายใต้การนำของเขาจะก้าวต่อไปในทิศทางนั้น
“ในด้านค่าตอบแทนนั้นที่นี่ให้เยอะ ให้ fix อาจจะธรรมดา แต่ incentive ให้เยอะ”
เพราะต้องการให้คนในองค์กรมีความสุข รวยและก็เก่ง
เมื่อถามว่าคนรุ่นใหม่ๆ ควรจะสร้างธุรกิจของตัวเองอย่างไร ?
“ธนรัตน์” เห็นว่าควรจะเริ่มต้นเล็กๆ แล้วค่อยขยาย ไอเดียต้องแตกต่างจากชาวบ้านเขา ต้องมีประโยชน์ และถ้าหากอยากรวย ไอเดียต้องมี market side ที่ใหญ่
อย่างในเรื่องของไอทีนั้นมีอยู่ 2 วิธี คือทำให้ถูกกว่าเขา และทำให้แตกต่างจากเขา ในความแตกต่างนั้นต้องเป็นของดี มีประโยชน์จริง
และ…
“คนสำคัญที่สุด เพราะว่าเราไม่มีทางทำทุกอย่างด้วยตัวเอง เพราะฉะนั้นคนที่จะทำให้เรา เราต้องดูแลเขาให้ดี”
นี่เป็นองค์กรของธุรกิจของคนรุ่นใหม่ๆ ซึ่งมีแง่มุมในการบริหารจัดการที่น่าสนใจ
จากหนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2549 ปีที่ 30 ฉบับที่ 3854 (3054)

