รู้จัก “บิ๊ก” ชนินทร์ มโนภินิเวส ประธานทวีปเหนือ
“หนึ่งปีใน AFS มันน่าประทับใจไปซะทุกอย่างทั้ง โฮสต์ เพื่อนๆและ ประสบการณ์ต่างๆ
ไม่ว่าจะเป็น การเห็นหิมะครั้งแรก หรือได้เดินบนทะเลสาบเป็นอะไรที่สุดยอดจริงๆ”
วันนี้เราได้มีโอกาสสัมภาษณ์เพื่อนคนแรกที่ให้เกียรติกับคอลัมน์ของเรา
คือ “บิ๊ก” หนุ่มหล่อและโสดของรุ่น หรือ บิ๊ก North ในหมู่เพื่อนๆชาวทวีปใต้
บิ๊กเพิ่งเป็นดอกเตอร์สดๆร้อนๆ ถึงขนาดยังไม่คุ้นกับคำว่าดอกเตอร์หน้าชื่อตัวเอง

Profile
ชื่อ - นามสกุล : ชนินทร์ มโนภินิเวส
ชื่อเล่น : บิ๊ก
ชื่อใน webboard : Big
ไป AFS ที่เมืองและประเทศ : Mound, MN USA
ที่อยู่ปัจจุบัน : เอกมัย, กรุงเทพ
- ได้ข่าวว่าบิ๊กเพิ่งกลับมา
บิ๊กกลับมาเดือนหนึ่งได้แล้ว ไปเรียนปริญญาโทและเอกที่อเมริกามา 7 ปี กลับมาเยี่ยมบ้านที่เมืองไทยทุกปี หลังจากจบ BE Program ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ก็ไปต่อ Master of Science in Policy Economics ที่ University of Illinois at Urbana-Champaign และต่อปริญญาเอกที่ Cornell ทางด้าน Computable General Equilibrium (CGE) Model ซึ่งเป็นการศึกษาแบบจำลองของเศรษฐกิจทั้งระบบ เพราะในเศรษฐกิจโลก ทุกอย่างเกิดขึ้นหลายอย่างมากในเวลาเดียวกัน แต่มันจะมี balance ของมัน ที่นี่เกิดไอ้นี่ อีกที่เกิดอีกอย่าง มันก็จะกระทบกันเป็น Network
- เรียนยากไหม
เรียนปริญญาโทไม่ยากมาก แต่ปริญญาเอกยาก ใช้เวลาเรียนปริญญาเอกทั้งหมด 5 ปี ได้มีโอกาสเป็น Teacher Assistant (TA) ให้นักศึกษาปริญญาโท และสอนวิชา Econ, Financial Crisis ฯลฯ เวลากลับมาที่เมืองไทยก็ได้มาสอน summer ที่ธรรมศาสตร์ วิชาเลข ปีนี้ก็คงจะสอนอีก แต่เป็นวิชาที่เกี่ยวกับ Economic Modeling
ตอนนี้สมัครงานอยู่หลายแห่งเหมือนกัน ทั้ง UN, World Bank ฯลฯ แล้วก็เป็นอาจารย์พิเศษที่ธรรมศาสตร์
- ก่อนไป AFS อยู่โรงเรียนอะไร
ก่อนไป AFS อยู่อัญสัมชัญ บางรัก เพื่อน AFS รุ่น 31 ที่มาจากโรงเรียนเดียวกันก็มี พลใหญ่ (Aus) เต้ (JPN) และใหม่ (Aus) แต่ใหม่เป็นรุ่นน้อง จริงๆบิ๊กสอบ AFS ได้ตั้งแต่ ม.4 แต่ว่าติดตัวสำรองประเทศนอร์เวย์ ในที่สุดแล้วก็ไม่ได้ไป ปีต่อไปก็กลับมาสอบอีกครั้ง
- ไป Orientation Camp ที่ไหน เป็นอย่างไรบ้าง
แคมป์เราเป็นแคมป์แรกที่ไปฐานทัพเรือสัตหีบ มีประเทศอเมริกา แคนาดาและยุโรปหมดเลย จำได้ว่าบรรยากาศสนุก เป็นกันเอง มีกิจกรรมเยอะมาก ที่พักเป็นที่ทำกิจกรรมชั้นบน ด้านล่างเป็นลาน แล้วก็มีโรงอาหาร ได้กินข้าวจานหลุม ตอนเย็นๆ มีทหารเล่นน้ำยามเย็นเป็นวิว

- เตรียมตัวเดินทางอย่างไรบ้าง
จริงๆก็ไม่ได้เตรียมตัวอะไรมาก ซื้อของที่ระลึกฝากคนที่นู่น ทำตาม list ที่พี่แป๊ะให้ เตรียมขลุ่ยไปแสดง
- จำบรรยากาศการเดินทางไปได้ไหม
วันที่ไปมีครอบครัวและเพื่อนๆ ไปส่ง บรรยากาศชุลมุนมาก พวกเรานั่งเครื่องบินไปลำเดียวกันทั้งหมด 40 คน ไปลงที่ LA. แล้วก็แยกย้ายกันไปเป็น 3 กลุ่ม สุดท้ายบิ๊กไปกับลักษณ์ 2 คน ไปลงที่ Minnesota ไปถึงก็อยู่ที่แคมป์ 3 - 4 วัน หลังจากนั้น Host Family ก็มารับ ส่วนคนที่อยู่ไกล ก็ต้องเดินทางต่อไปอีก
- ตอนที่ Host Family มารับเป็นอย่างไรบ้าง
ตื่นเต้น พอเจอ Host Family ก็ยกมือไหว้เลย ตอนนั้นเลือด AFS เด็กไทยแรงมาก


- ภาพแว่บแรกที่ไปถึงบ้าน รู้สึกอย่างไรบ้าง
เมืองที่บิ๊กไปอยู่เป็นเมืองเล็กมาก มีประชากรประมาณหมื่นคน บ้านเราเป็นบ้านชั้นเดียว มีใต้ดินนิดหน่อย มีสระว่ายน้ำ สนามหลังบ้าน เหมือนอยู่ในป่า พูดได้ว่าไม่สามารถเดินไปที่ไหนได้เลยที่ไม่ใช่บ้าน เรามีห้องนอนและห้องน้ำส่วนตัว (เอาห้องทำงานมาทำเป็นห้องนอน)
Host Family เราดีมาก มีกันสี่คน Dad Mom พี่สาว (เรียนชั้นเดียวกัน) น้องสาว และ แมวไร้เล็บหนึ่งตัว ทุกคนอัธยาศัยดีมาก ช่วยเหลือคุยกันตลอด แต่ก็มีถกเถียงกันตามประสาครอบครัวทั่วๆไปนะ
จริงๆ Host Family เขา request เป็น Spanish Speaking Girl เพราะลูกสาวเขาเรียนภาษาสเปน แต่ดันได้บิ๊ก ซึ่งเขาก็มาบอกช่วงระหว่างปี (ผู้สัมภาษณ์ – แปลว่าเขาพอใจบิ๊กมาก ไม่งั้นไม่เล่าให้ฟังหรอก จริงไม๊เพื่อนๆ..)
- วันแรกที่ไปโรงเรียนเป็นอย่างไรบ้าง ตื่นเต้นหรือไม่
เราโชคดีที่พี่สาวแนะนำให้รู้จักเพื่อนส่วนใหญ่ก่อนเปิดเทอม พี่สาวเราอยู่ชั้นเดียวกัน คือ เกรด 12 ก็พาไปเล่น Beach Volleyball พาไปนั่งกินไอศกรีม ก็เลยโอเคเรื่องเพื่อน ทำให้ไม่ตื่นเต้นมาก โรงเรียนเราชื่อ Mound Westonka High School เป็นโรงเรียนไม่ใหญ่มาก Class นึงมีไม่น่าเกินร้อยคน รู้จักกันทั้งโรงเรียน
ช่วงแรกที่ไปโรงเรียน เราพูดและฟังภาษาอังกฤษไม่ได้ ตอนนั้นคิดว่า เรียนมาตั้งนาน ทำไมใช้ไม่ได้เลย
- เรียนวิชาอะไรบ้าง
มี Math, Government, Computer, Photography จำได้ว่าเรียน English Literature ด้วย แต่ไปไม่รอด ฮาๆ จำได้ว่า Math ง่ายมาก Government ยากแต่เป็นวิชาบังคับต้องเรียน Computer ก็ง่าย เราใช้เวลาทำแบบฝึกหัดครึ่งชั่วโมง และอีกครึ่งชั่วโมงก็หลับ ทุกคาบ เพราะไม่มีอะไรทำแล้ว ต้องนั่งรอจนหมดเวลา
(แล้วคนอื่นเขาทำแบบฝึกหัดจนจบชั่วโมงไม๊ ตอบ ไม่รู้ เพราะเราหลับ)
วิชา Photography เป็นวิชาที่ชอบที่สุด ได้เรียนถ่ายรูป หัดล้างรูป ผสมน้ำยา เป็นรูปขาวดำ เรียนเทคนิคต่างๆ
- เล่ากิจวัตรประจำวันให้ฟังหน่อย
จำได้เลยว่า ตื่นมาก็จะงัวเงียมาก ไปตัก Cereal กับน้องสาว แล้วก็ต่างคนต่างกินแบบง่วงๆนั่นแหล่ะ เสร็จก็ไปอาบน้ำ
ช่วงแรกๆ นั่งรถพี่ไปเรียน ช่วงหลังมีเพื่อนที่บ้านอยู่ใกล้ๆกันมารับ เพราะบางทีพี่ก็ไปสาย จากบ้านไปโรงเรียนประมาณ 10 นาที จริงๆก็มีรถโรงเรียน แต่เด็กโตหน่อยไม่ค่อยอยากนั่ง เพราะบนรถมีแต่เด็กๆ
พอไปถึงโรงเรียน ก็คุยกับเพื่อนนิดหน่อยที่ Locker แล้วก็เดินเข้าห้อง ซึ่งแต่ละวิชาก็จะเดินเปลี่ยนห้องไปเรื่อยๆ
ตอนกลางวันกินข้าวฟรี เป็น AFS Privilege คือ ที่โรงเรียนบิ๊กให้เลือกได้ว่านักเรียนจะเอาข้าวไปกินเอง หรือจะทานของโรงเรียน ถ้าใครทานของโรงเรียน ก็จะมีบัตร menu มาให้เลือกว่าจะทานอะไร เช่น Hamburger, Hot Dog, Pizza ฯลฯ โรงเรียนให้บัตรบิ๊กฟรี พอจะกินก็แค่เอาไปโชว์ ช่วงหลังอยากกินเบิ้ล ก็ซื้อเพิ่มเอง ยกเว้นวันพุธ ซึ่งเป็นวันที่มีทาโก้ ตักผักได้ไม่จำกัด เลยไม่ต้องซื้อเพิ่ม
หลังเลิกเรียน เราก็ซ้อมฟุตบอลทุกวัน ทีมเราซ้อมโหดมาก ไปแข่งที่ต่างๆ ได้ถ้วยมาด้วย พอเทอมสองก็ไปเล่นเทนนิส
ช่วงแรกๆกลับกับพี่ แต่พอพี่มีแฟน ก็ต้องหาคนไปส่งเอง ไม่งั้นรถโรงเรียนโลด เพื่อนๆดีมากๆ มีคนไปส่งตลอด
พอถึงบ้านก็นั่งดูทีวี นั่งกิน Doritos คือ เรากินเพราะหิว แต่ Host Family เข้าใจว่าเราชอบกิน ก็เลยซื้อแต่ Doritos กินจนเอียนไปนานมาก
จำได้ว่าพอเลิกเรียนมาก็กลับมาดูการ์ตูน Batman MTV ก็ชอบดู พวก Sit Com ก็ดู Growing Pain, Who’s the Boss, Wonder Years, Melrose Place (สมัยยังไม่มั่ว), Beverly Hills 90210 พี่สาวกับน้องสาวก็ติดมาก ต้องมานั่งรอหน้าทีวี
ตอนเย็นก็ทานอาหารร่วมกัน Mom ทำอาหารอร่อย เราชอบกินทุกอย่างและกินเยอะด้วย เป็นกำลังใจให้ Mom อาหารที่ชอบที่สุด เป็นมันฝรั่งที่ slice เป็นแผ่นๆ วางซ้อนกัน ทำเป็นฐาน แล้วมี Turkey และชีสวางข้างบน แล้วเข้าเตาอบ ตอนกลับไปเยี่ยม Host Family ทั้งหมด 3 ครั้ง ก็ยังได้กินอยู่
วันเสาร์อาทิตย์ ก็จะไปปาร์ตี้กับเพื่อนๆ ไปเล่นกีฬา ถ้าฤดูหนาวก็ไป Snow Mobile และไป Ice Fishing เมืองที่เราอยู่หิมะตกหนักพอสมควร ปีก่อนหน้าที่เราไปเรียกได้ว่าต้องขุดหิมะออกจากบ้าน เพราะหิมะท่วมมิดประตู แต่ปีที่เราอยู่ ก็ประมาณสองฟุต ซี่งถือว่าน้อยสำหรับเขาแล้ว
เราได้ลองขับ Snow Mobile ครั้งหนึ่ง Grand Pa บอก “เอาเฮอะ ไหนๆมันก็มาแล้ว ให้มันลองขับนิดหนึ่ง” เวลาจะเล่น Snow Mobile ต้องไปที่บ้าน Grand Pa และ Grand Ma ซึ่งอยู่ทางเหนือ ที่บ้านเขามี Snow Mobile 2 คัน ก็ Grand Pa หนึ่งคัน และ Grand Ma หนึ่งคัน ไปไหนก็ซิ่งกันไป 2 คน เท่ห์มาก

ส่วน Ice Fishing ก็ไปกับ Dad และ Uncle ขับรถขึ้นไปบนทะเลสาบ เพราะน้ำแข็งหนาประมาณ 10 ฟุต ขับไปจนถึง Shelter ที่สร้างเป็นห้อง ครอบอยู่บนพื้นน้ำแข็งบนทะเลสาบ นั่งข้างในได้ 2 – 3 คน แล้วเราก็ใช้เครื่องมือเจาะน้ำแข็งเป็นวง ออกไปทีละชั้น ทีละชั้น พอถึงน้ำ ก็หย่อนเบ็ด ตกปลา ถ้าได้ปลาตัวเล็กก็ปล่อยไป

- มีเพื่อนสนิทไม๊
มี คนนึงเป็นเพื่อนพี่สาวมาก่อน เป็นเด็กเรียน อีกคนนึ่งค่อนข้างเกเรนิดนึง เป็นเด็ก AFS มาจากโบลีเวีย แล้วก็มีเยอรมัน สวิสเซอร์แลนด์
เคยไป AFS Camp แล้วมันน่าเบื่อมาก ก็เลยไปปาร์ตี้ แล้วโดนจับได้ว่ากินเบียร์ เพราะมีคนไปฟ้อง เลยโดน grounded ที่ Host Family 2 สัปดาห์ (น้องๆ AFS ที่เข้ามาอ่าน อย่าเอาเป็นเยี่ยงอย่างนะจ๊ะ) เรากลับไปอ่านไดอารี่ที่เขียนตอนนั้น ถึงจำได้ว่าตอนนั้นเรากลัวมาก กลัวโดนส่งกลับ แต่โดน grounded ไม่ถึง 2 สัปดาห์ Host Family ก็ชวนไปเดิน Mall แล้ว
- ได้ไปเที่ยวที่ไหนบ้าง
ไปเที่ยวกับ Host Family ไปต้นน้ำ Mississippi ได้เดินข้ามแม่น้ำ Missisippi, Twin Cities, Baseball game (Minnesota Twins VS. NY Yankees) แล้วก็ไป Environmental Camp ไปอยู่ในป่าประมาณ 3 คืน แล้วก็มีกิจกรรมให้ดูรอยเท้าสัตว์ เอาหอยมาทำสร้อยคอ ทำเครื่องใช้เอง
- บรรยากาศตอนเดินทางกลับเป็นอย่างไรบ้าง
ตอนจาก Host Family ยังไม่ค่อยเศร้าเท่าไร เพราะตอนนั้นยังไม่รู้สึกตัว แล้วก็ไป Camp ตอนไป Camp ก็โอเคยังสนุกกับเพื่อนๆ อยู่ ทำกิจกรรมกัน พอได้เวลาแยก ทุกคนเศร้ามาก ร้องห่มร้องไห้ กอดกันกลม ร้องทั้งคันรถ เสร็จแล้วก็ไปที่ Camp รวมอีกอันหนึ่งที่ชิคาโก้ ได้เจอเพื่อนคนไทย
ที่อเมริกา เนื่องจากประเทศมันใหญ่ เลยไม่ได้เจอเพื่อน AFS คนไทยเลย กลับมาเจอกันอีกทีตอนสิ้นปีก็ Surprise มาก คนที่ก่อนไปเรียบร้อยมากกกกก… กลับมาเจอกันอีกทีก็ซ่าสุดๆ ส่วนคนที่ก่อนไปซ่าๆหน่อย พอมาเจอกันก็เรียบร้อย อาจจะไม่ได้เรียบร้อยมาก
แต่ก็มีความเป็นผู้ใหญ่และรับผิดชอบมากขึ้น
ตอนที่บินกลับ เราปวดหัวมาก เพราะ AFS ถามว่าใคร in charge เพื่อนๆ ชี้มาทางเรา แล้วเค้าก็ให้ตั๋วเราเป็นปึก เพื่อให้เรา handle เพื่อนทั้งหมดพยายามไม่ให้ตกหล่นตกเครื่องบิน เหมือนจับปูใส่กระด้ง แล้วพวกที่ช่วยเหลือเรา คือ พวกที่ก่อนไปซ่าๆหน่อย กว่าจะตามทุกคนได้ครบเล่นเอาเหงื่องตกคือ เครื่องบินต้องรอ แต่ทุกคนก็ได้กลับพร้อมกัน
- เหตุการณ์ประทับใจของปี
มันน่าประทับใจไปซะทุกอย่างทั้ง โฮสต์ เพื่อนๆ ประสบการณ์ต่างๆ เช่น
- เห็นหิมะครั้งแรก ได้เดินบนทะเลสาบเป็นอะไรที่สุดยอดจริงๆ หรือขับรถไปบนทะเลสาบ
- ไปซิ่งกับเพื่อน พอเรียนจบ เพื่อนชวนไปก่อกวนชมรม Pop Singers เอา Shaving Cream ไปฉีดบนรถ แล้วเอากระดาษทิชชู่ไปแปะๆ เต็มไปหมด ไปตามหาบ้านอาจารย์แล้วเอากระดาษทิชชู่ไปโยนใส่ต้นไม้
- โดน grounded 2 อาทิตย์…
ฯลฯ

- คิดว่า AFS ให้อะไรกับเราบ้าง
AFS gave us the opportunity to see the world in a wider perspective, to learn about a good blend of differences and similarities among people from various cultures, and to know a little more about ourselves

